RSS

ผลงานที่สำคัญ

สมุหเทศาภิบาลผู้ทรงคุณต่อชาวกรุงเก่า 

        ความสามารถในด้านการปกครองของพระยาโบราณราชธานินทร์ เป็นที่ทราบกันดีในบรรดาข้าราชการในมณฑลกรุงเก่า เพราะท่านได้รับการถ่ายทอดเรียนรู้งานต่างๆ จากสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นมรุพงศ์สิริพัฒน์  สมุหเทศาภิบาลมณฑลกรุงเก่าพระองค์เเรก เเม่เมื่อภายหลังเมื่อพระองค์ย้ายไปยังมณฑลอื่นเเล้ว พระยาโบราณฯ ก็ยังคงดูเเลเเละจัดการงานในราชการในมณฑลกรุงเก่าเป็นอย่างดี เเม้สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพยังเคยตรัสไว้ว่า

    “มณฑลอื่นทำได้อย่างไร พระยาโบราณฯ ก็ทำได้อย่างนั้น บางเรื่องก็ดีกว่ามณฑลอื่น” 

         นอกจากนี้พระยาโบราณฯ ยังได้สร้างคุณประโยชน์ต่อมณฑลกรุงเก่าไว้อย่างมาก ทั้งงานสืบเนื่องจากอดีตสมุหเทศาภิบาล เเละงานที่ท่านได้ริเริ่มสร้างขึ้น ดังนี้

ด้านการก่อสร้างเเละพัฒนากรุงเก่า

          ได้มีการปรับปรุง เเละสร้างตลาดใหม่บริเวณหัวรอ เมื่อพ.ศ. ๒๔๕๘ โดยถมดินทำสะพานข้ามคลองเมือง พร้อมทั้งปลูกห้องเเถวสองชั้น หลังคามุงสังกะสีเทพื้นคอนกรีต จำนวน ๒๒๖ ห้อง ถนนทุกสายทำท่อระบายน้ำ มีโรงภาพยนตร์ เเละตลาดเเผงลอย

ด้านการคมนาคม

        สร้างถนนรอบเกาะเมือง ซึ่งเป็นงานที่ดำเนินการเมื่อครั้งสมุหเทศาภิบาลพระองค์เเรก เเต่ยังไม่สำเร็จลุล่วง พระยาโบราณฯเมื่อครั้งทรงเป็นหลวงอนุรักษ์ภูเบศร์ ได้ดำเนินการต่อจนเเล้วเสร็จ พร้อมทั้งเชิญชวนให้บรรดาข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน พร้อมใจกันบริจาคเงินเพื่อก่อสร้างสะพานต่างๆ เช่น สะพานคลองประตูไชย คลองฉะไรน้อย  คลองประตูจีน โครงสร้างสะพานเป็นไม้สักกว้างประมาณ ๓-๕.๘ เมตร ยาว ๑๐-๑๐.๗๕ เมตร กลางสะพานเป็นศาลามุงสังกะสี มีม้ายาวนั่งเป็นที่พักผ่อน

ด้านสาธารณสุข

         ในปีพ.ศ. ๒๔๕๕ พระยาโบราณฯ ได้ร่วมกับบรรดาข้าราชการ ประชาชน พร้อมใจกันกันบริจาคเงินเพื่อสร้างโรงพยาบาลที่บ้านหอรัตนชัย ริมเเม่น้ำป่าสัก ขนานนามว่า “โรงพยาลาลปัจมาธิราชอุทิศ” ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเเห่งเเรกของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปัจจุบันคือ ศูนย์สาธารณสุขจังหวัด

ด้านพุทธศาสนา

         พระยาโบราณฯ ได้ส่งเสริมพระพุทธศาสนาอย่างเป็นรูปธรรมดังนี้คืิือ จากการสำรวจพบว่ามีวัดร้างอยู่มากถึง ๕๔๓ วัด เป็นเหตุให้ผู้คนไปใช้ประโยชน์บุกรุกโดยพลการ ท่านจึงได้เข้าไปจัดระเบียบ เเละจัดเก็บค่าธรรมเนียม โดยนำเงินนั้นมาสบทบกับเงินหลวงประเภทหนึ่งเรียกว่า เงินกัลปนา (คือ เงินที่พระเจ้าเเผ่นดินได้ทรงอุทิศพระราชทานไว้สำหรับบูรณะวัด) ทั้งยังได้จัดเก็บค่าเช่าจากผู้ที่มีจอดเรือ จอดเเพตามหน้าวัด เเละถวายเงินเหล่านั้นเพื่อใช้ในกิจการต่างๆ ของวัด เเละยังได้ปฏิสังขรณ์วัดสำคัญต่างๆ ได้เเก่ วัดพุทไธศวรรย์ วัดพนัญเชิง วัดมณฑป เเละวัดศรีอโยธยา เป็นต้น เเละยังได้รับเป็นมัคทายกวัดสุวรรณดาราราม เเละวัดพุทไธศวรรย์อีกด้วย

การปกครองท้องถิ่น

         ในปีพ.ศ. ๒๔๕๙ พระยาโบราณฯ ได้จัดตั้งสุขาภิบาลกรุงเก่า เเละรับผิดชอบ ๕ ตำบล คือ หัวรอ หอรัตนไชย ท่าวาสุกรี สวนพลู กระมัง เพื่อดูเเลด้านความเป็นระเบียบเรียบร้อยของชุมชน

         การบูรณะเเละอนุรักษ์เกาะเมืองนั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชประสงค์ที่จะอนุรักษ์เมืองเก่าไว้ จึงโปรดเกล้าฯ ให้พระยาโบราณฯ ดูเเลรักษาเมืองกรุงเก่า โดยห้ามมิให้ผู้ใดถือสิทธิ์ปกครองที่ดินภายในพระราชวังโบราณ เพื่อสงวนไว้ให้คนรุ่นหลังต่อไป

        พระยาโบราณฯ ได้ศึกษาพื้นที่กรุงเก่าเเทบจะทุกหัวระเเหง เเละเกือบตลอดชีวิตของการรับราชการในมณฑลกรุงเก่าของท่าน ท่านได้พยายามอนุรักษ์เเละรักษาโบราณสถานต่างๆ ไว้ หลายเเห่ง ดังเช่น กรณีที่ได้มีการพิจารณาเรื่องตลิ่งวัดพนัญเชิงที่ถูกกัดเซาะ เเละท่านได้เขียนเสนอเเนวทางเเก้ไข โดยขอพระราชทานพระราชานุญาต ต่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ความว่า

“ตลิ่งวัดพนัญเชิง ตั้งเเต่ประมาณ ๑๐ ปีมานี้ ถูกน้ำกัดเซาะเข้าไปคราวละ ๒ วา ขั้นเเรกข้าพระพุทธเจ้าได้ลงรอกันสายน้ำไปอยู่ได้ราว ๒ ปีก็พัง ถึงปีนี้ (พ.ศ. ๒๔๖๐) ตลิ่งก็พังเข้าไปประมาณ ๒ วาเศษ ยังอีก ๑๙ วา ก็จะถึงผนังพระวิหาร ข้าพเจ้าได้บอกเข้าไปยังกระทรวงธรรมการ ได้ขาให้นายช่างกรมทดน้ำมาช่วย ข้าพระพุทธเจ้าเห็นด้วยเกล้าว่า ทางที่จะเเก้มี ๒ ทางคือ ทางหนึ่งคือขุดปากคลองสวนพลู ให้กว้างเเละลึก ชักสายน้ำให้เเบ่งลงทางคลองข้างเหนือวัด บางทีอาจจะทำให้น้ำตอนหน้าวัดอ่อนลงได้บ้าง อีกทางหนึ่งคือหาเรือใหญ่ๆ ที่ชำรุดใช้ไม่ได้มาจมที่ตลิ่ง คิดด้วยเกล้าว่า เมื่อสายน้ำพัดมากระทบเรือที่จมไว้ไม่ถูกดินเเลต่อไปเมื่อโคลนทรายยังขังเต็มลำเรือที่จะกลายเป็นรากกันน้ำเซาะได้”

ด้านโบราณคดี พิพิธภัณฑ์ 

       ความรักด้านโบราณคดีของพระยาโบราณราชธานินทร์ เห็นได้ตั้งเเต่เป็นนักเรียนในโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ ชอบอ่านหนังสือพระราชพงศาวดารมากจนเมื่ออกไปรับราชการที่พระนครศรีอยุธยาเป็นหลวงอนุรักษ์ภูเบศร์ ก็พยายามหาโบราณวัตถุสถานต่างๆ ตามที่มีอยู่ในพงศาวดาร เช่นเมื่อต้องการทราบเส้นทางเสด็จทัพชนช้าง ในพงศาวดารบอกเเต่ว่า ประชุมทัพที่ตำยลป่าโมก ท่านออกสำรวจจนพบว่าทัพของสมเด็จพระนเรศวรเสด็จเลียบลำน้ำสามโก้ไปถึงเมืองสุพรรณ ตลอดจนถ่ายภาพโบรารสถานวัตถุต่างๆ เเละคงจะรักการถ่ายรูป ด้วยปรากฏว่าท่านได้รับรางวัลเหรียญเงินในการประกวดภาพถ่ายในงานวัดเบญจมพบิตร เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๙ พระยาโบราณฯเมื่อเป็นเทศาภิบาลมณฑลยังเรียนภาษาอังกฤษด้วยตนเอง ค้นคว้าเรื่องของกรุงศรีอยุธยาจากหนังสือฝรั่ง เเละนำเเขกต่างประเทศชมพระนครศรีอยุธยาได้เอง โดยไม่ต้องใช้ล่าม เจ้านายไทยที่โปรดเรื่องโบราณคดี ก็มักจะให้พระยาโบราณฯ นำเสด็จไปอยู่เป็นประจำเเละได้นำเสด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อเสด็จไปประทับที่พระราชวังบางปะอิน เป็นเหตุให้ทรงพระกรุณาพระยาโบราณฯ มาตลอด เเละท่านได้เสนอเเนวทางในการอนุรักษ์โบราณสถานอีกทางหนึ่ง ท่านได้เสนอให้จัดขึ้นคือ

๑. ให้เรียกเก็บเงินจากผู้ที่เข้าไปใช้ประโยชน์ในที่ดินเป็นวัดร้าง เเต่ห้ามรื้ออิฐเป็นอันขาด

๒.ให้รวมเงินค่าเช่านั้นกับเงินกัลปนา คือ พระราชทานเอาไว้สำหรับบำรุงวัด

๓. เงินค่าเช่าที่จอดเเพ ซึ่งมักจะได้อยู่กับตัวไวยาวัจกร ให้เก็บมาอยู่ส่วนของวัด ถ้าเป็นเงินวัดร้างให้รวมเงินนี้เข้ากับเงินที่จะพระราชทานบำรุงวัดโบราณ

      พระยาโบราณฯ เป็นผู้รู้เรื่องโบราณวัตถุสถานของพระนครศรีอยุธยาอย่างลึกซึ้ง เห็นได้จากเมื่อท่านได้ออกตรวจราชการหรืออกไปสำรวจในที่ต่างๆ จะเที่ยวดูโบราณสถาน เเละตรวจดูโบราณวัตถุตามโบราณสถานร้าง ซึ่งนับเป็นคณุปการต่อมณฑลอยุธยามาก เพราะได้มีการเก็บรวบรวมโบราณวัตถุที่พบมาอยู่รวมกันที่พระราชวังจันทรเกษม เมื่อรวบรวมมากยิ่งขึ้นก็จัดขึ้นเป็นพิพิธภัณฑ์ โดยเรียกว่า “โบราณพิพิธภัณฑ์” เเละเจริญมากยิ่งขึ้นเป็น “อยุธยาพิพิธภัณฑสถาน” เป็นพิพิธภัณฑืที่จัดขึ้นอย่างทันสมัย เเละเป็นที่นิยมทั่วไปของคนทั่วไปที่เข้ามาเยี่ยมชมเเละสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพได้กล่าวถึงพิพิธภัณฑ์เเห่งนี้ไว้ด้วย ดังความว่า

“เเม้พิพิธภัณฑสถานในกรุงเทพฯ เเล้วก็ดี เเต่ยังจัดเหมือนกับเป็นคลังเก็บของ คนจะไปดูก็ยาก อยุธยาพิพิธภัณฑสถานที่พระยาโบราณฯ จัดขึ้น เป็นพิพิธภัณฑ์สมัยใหม่ จึงเป็นที่คนชอบไปดู สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ก็โปรดเสด็จไปทอดพระเนตร”

       นอกจากการทำงานด้านพิพิธภัณฑ์เเละการอนุรักษ์ บูรณะโบราณสถาน  พระราชวังโบราณ ในเมืองเก่าเเล้ว พระยาโบราณฯ ยังได้เขียนหนังสือโดยรวบรวมเรื่องราวต่างๆ ของกรุงเก่าจากหลักฐาน เอกสาร พระราชพงศาวดาร เเละจากการศึกษาสังเกตของท่านตลอดจนการสำรวจพื้นที่ในเขตปกครองของมณฑลกรุงเก่า ทำให้เกิดผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อคนรุ่นหลัง อาทิเช่น

         – คำอธิบายเเผนที่กรุงศรีอยุธยา

         – ตำนานกรุงเก่า  

         – การคัดลอกภาพจิตรกรรมฝา  ผนังวัดยม 

Advertisements
 

การเข้ารับราชการ

ลำดับเวลาการรับราชการของพระยาโบราณราชธานินทร์ โดยสังเขปดังนี้

พ.ศ. ๒๔๓๓  เสมียนโทกรมศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๔๓๔ เลื่อนเป็นเสมียนเอก เเล้วเป็นสารวัตรตรวจโรงเรียนหลวง กระทรวงธรรมการ

พ.ศ. ๒๔๓๕  พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ รองเสนาบดีกระทรวงพระคลัง ขอตัวไปเป็นรองเลขานุการสำหรับพระองค์

พ.ศ. ๒๔๓๖  เป็นเสมียเอก มีหน้าที่ฝึกหัดนักเรียน ซึ่งจะไปรับราชการหัวเมือง

พ.ศ. ๒๔๓๗ เป็นรองนายเวรกรมพลำภัง (กรมการปกครอง) กระทรวงมหาดไทย

พ.ศ. ๒๔๓๘ เป็นขุนวิเศษรักษา ตำเหหน่งนายเวรกรมพลำภัง

พ.ศ. ๒๔๓๙ เป็นพันพุฒอนุราช ตำเเหน่งผู้ช่วยเจ้ากรมพลำภัง ต่อมาพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนมรุพงศ์สิริพัฒน์ขอตัวไปเป็นข้าหลวงมหาดไทย มณฑลอยุธยา จึงทรงรพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ขอพระราชทานสัญญาบัตรเป็นหลวงอนุรักษ์ภูเศร์

อายุ25

หลวงอนุรักษ์ภูเบศร์ (พร เดชะคุปต์) ตำเเหน่งข้าหลวงมหาดไทย มณฑลกรุงเก่า                                                   พ.ศ. ๒๔๓๙ อายุได้ ๒๕ ปี

พ.ศ. ๒๔๔๐ รักษาการตำเเหน่งผู้รักษากรุงศรีอยุธยาแทนพระยาชัยวิชิต (นาก ณ ป้อมเพชร) ซึ่งเวรตำเเหน่งคืน

พ.ศ. ๒๔๔๑ ได้รับพระราชทานเลื่อนบรรดาศักดิ์เป็น พระอนุรักษ์ภูเศร์ ผู้ดำรงตำเเหน่งผู้รักษากรุงศรีอยุธยา

พ.ศ. ๒๔๔๔ ได้รับพระราชทานเลื่อนบรรดาศักดิ์เป็น พระยาโบราณบุรารักษ์ ปลัดเทศาภิบาลมณฑลกรุงเก่า

พ.ศ. ๒๔๔๖ โปรดให้รั้งตำเเหน่งสมุหเทศาภิบาลมณฑลอยุธยา

พ.ศ. ๒๔๔๗ ผู้ช่วยบรรณารักษ์หอพระสมุดวชิรญาณ

พ.ศ. ๒๔๔๘ กรรมสัมปาทิกหอพระสมุดสำหรับพระนคร

พ.ศ. ๒๔๔๙ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นสมุหเทศาภิบาลมณฑลกรุงเก่า มีลำดับชั้นยศที่ ๑ ตรี (เทียบเท่ามหาอำมาตย์ตรีในรัชกาลที่ ๖)

อายุ46ภาพนี้ถ่ายเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๐ ขณะอายุได้ ๔๖ ปี

พ.ศ. ๒๔๕๐ ได้เป็นเลขานุการโบราณคดีสโมสร

พ.ศ. ๒๔๕๔ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริจัดเสือป่าตามมณฑลต่างๆ พระยาโบราณฯได้รับสนองพระราชดำริเเละถวายงานตั้งเเต่เเรกเริ่ม จนกระทั่งเป็นผู้บัญชาการกองเสนารักษาดินเเดนอยุธยา เเละเป็นราชองครักษ์พร้อมกับได้รับพระราชทานเหรียญมหาสารทูลมาลา

001

มหาอำมาตย์โท พระยาโบราณราชธานินทร์ (พร เดชะคุปต์) สมุหเทศาภิบาลมณฑลอยุธยา                                         ในเครื่องเเบบเต็มยศนายพลเสือป่า ผู้บัญชาการกองเสนาหลวงรักษาดินเเดนมณฑลอยุธยา

พ.ศ. ๒๔๕๕ รับพระราชทานสัญญาบัตรเพิ่มเกียรติยศ เปลี่ยนราชทินนามเป็น “พระยาโบราณราชธานินทร์ สยามมินทร์ภักดีพิริยะพาหะ” ถือศักดินา ๑๐๐๐๐ ไร่ จากนั้นอีก ๑ ปี จึงได้เลื่อนเป็นมหาอำมาตย์โท

พ.ศ. ๒๔๕๗ ได้เป็นกรรมการวรรณคดีสโมสร

พ.ศ. ๒๔๕๙ มีการจัดระเบียบการปกครองหัวเมืองใหม่ โดยรวมหลายมณฑลเข้าเป็นภาคมีอุปราชบัญชาการเหนือสมุหเทศาภิบาล พระยาโบราณฯ ได้ดำรงตำเเหน่งเป็น “อุปราชภาคมณฑลอยุธยา” จน พ.ศ. ๒๔๖๘  จึงได้มีการยกเลิกระบบภาคในสมัยรัชกาลที่ ๗ จึงได้กลับมาดำรงตำเเหน่งสมุหเทศาภิบาลตามเดิม

กับเพื่อนในกระทรวงภาพนี้ถ่ายกับข้าราชการมหาดไทยชั้นผู้ใหญ่ มณฑลกรุงเก่า ปลายสมัยรัชกาลที่ ๖ 

พ.ศ. ๒๔๖๙ อุปนายกเเผนกโบราณคดี ราชบัณฑิตยสภา

พ.ศ. ๒๔๗๒ พระยาโบราณฯ ได้เกษียณอายุราชการเมื่ออายุได้ ๕๘ ปี หลังจากนั้นได้ช่วยราชการในราชบัณฑิตยสภา ในตำเเหน่ง อุปนายกเเผนกโบราณคดี จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๗๖ เเละรัชกาลที่ ๗ ได้มีพระบรมราชานุญาตให้รับพระราชทานเบี่ยบำนาญ เเต่ยังรับราชการเป็นอุปนายกเเผนกโบราณคดี ในราชบัณฑิตยสภา จนถึงพ.ศ. ๒๔๗๖ มีประกาศพระราชบัญญัติราชบัณฑิตยสภา

ท่านเจ้าคุณ

เครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้รับ

–          เครื่องราชอิสริยาภรณ์ตรารัตนวราภรณ์

–          เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชั้นที่ ๑ ปฐมาภรณ์ช้างเผือก (ปัจจุบันคือ ประถมาภรณ์ช้างเผือก)

–          เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎสยาม (มงกุฎไทย) ชั้นที่ ๑

            ปฐมาภรณ์มงกุฎสยาม (ปัจจุบันคือ ประถมาภรณ์มงกุฎไทย)

–          เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชั้นที่ ๒ พิเศษ ทุติยจุลจอมเกล้าวิเศษ

–          เหรียญราชอิสริยาภรณ์ จักรพรรดิมาลา (รับราชการครบ ๒๕ ปี)

–          เหรียญราชอิสริยาภรณ์ ศารทูลมาลา (ประจำกองเสือป่าครบ ๑๕ ปี)

–          เหรียญราชอิสริยาภรณ์ ดุษฎีมาลา (เข็มศิลปวิทยา)

–          เหรียญรัตนาภรณ์รัชกาลที่ ๕ ชั้น ๓

–          เหรียญรัตนาภรณ์รัชกาลที่ ๖ ชั้น ๒

–          เหรียญรัตนาภรณ์รัชกาลที่ ๗ ชั้น ๓

–          เหรียญราชรุจิทอง (รัชกาลที่ ๕)

–          เหรียญที่ระลึกงานราชพิธีต่างๆ

–          และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ หลายตระกูล

 

ป้ายกำกับ:

ประวัติ

ประวัติ

 เมื่อยังเยาว์

      มหาอำมาตย์โท พระยาโบราณราชธานินทร์ สยามินทรภักดีพิริยพาหะ (พร เดชะคุปต์) เกิดในรัชกาลที่ ๕  เมื่อวันพุธที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ปีมะแม พ.ศ.๒๔๑๔ เป็นบุตรขุนฤทธิ์ดรุณเสรฐ (เดช เดชะคุปต์) สารวัตรใหญ่มหาดเล็กเวรฤทธิ์ กับ นางฤทธิ์ดรุณเสรฐ (ไผ่ สกุลเดิม กันตามะระ)

พ่อเเม่พระยาโบราณ

ขุนฤทธิ์ดรุณเสรฐ (เดช เดชะคุปต์)  กับ นางฤทธิ์ดรุณเสรฐ (ไผ่ สกุลเดิม กันตามะระ)

มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน ๖ คน คือ

๑. หลวงประชุมบรรณสาร (พิณ เดชะคุปต์) รับราชการกระทรวงกลาโหม (ยังรับบำนาญอยู่)

๒. พระยาพิพิธภักดี (เพิ่ม เดชะคุปต์) รับราชการกระทรวงมหาดไทย ถึงอนิจกรรมแล้ว

๓. นางสาวใย เดชะคุปต์

๔. พระยาโบราณราชธานินทร์ ฯ (พร เดชะคุปต์) รับราชการกระทรวงมหาดไทย

๕. นางอภิรักษสมบัติ (เรือน ดิษยรักษ์)

๖. นายพล เดชะคุปต์ ถึงแก่กรรมแล้ว

* ข้อมูล พ.ศ. ๒๔๗๙

กับพี่น้อง

การศึกษา

บ้านบิดาอันเป็นที่เกิดอยู่เหนือวัดศรีสุดาราม คลองบาง กอกน้อย แขวงจังหวัดธนบุรี เมื่อยังเยาว์เริ่มศึกษาอักขรสมัยที่สำนักวัดยี่ส่าย    บิดานำถวายตัวเป็นมหาดเล็กในสมเด็จพระบรมเชษฐา   ธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร (ปัจจุบันออกพระนามว่า สมเด็จพระราชปิตุลาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ) แล้วส่งเข้าเป็นนักเรียนที่โรงเรียนสราญรมย์ ศึกษาในสำนักพระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) อยู่ระยะหนึ่ง ถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ แต่ยังไม่ได้รับกรม ทรงจัดการศึกษา บิดาจึงนำนายพรไปถวายฝากให้ทรงฝึกหัดตั้งแต่ยังไม่ได้โกนจุก สมเด็จกรมพระยาดำรงฯ ทรงทราบว่าเคยเล่าเรียนมาบ้างแล้ว จึงโปรดให้ส่งเข้าเป็นนักเรียนโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ อันเป็นโรงเรียนเพิ่มตั้งขึ้นสำหรับสอนวิชาชั้นสูงใน สมัยนั้น แต่บิดาขอลาเอาไปโกนจุกและให้บวชเป็นสามเณรตามประเพณีบ้านเมืองอยู่ ณ วัดมหาธาตุพรรษา ๑ แล้วจึงส่งกลับมาเข้าโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๘ ครูในโรงเรียน พากันสรรเสริญว่าฉลาดมาแค่แรกเรียนอยู่สัก ๓ ปี ก็สามารถสอบไล่ได้วิชาบริบูรณ์ทั้งประโยค ๑ และประโยค ๒ ของโรงเรียนนั้นได้รับรางวัลชั้นสูงหลายครั้ง ครั้งหนึ่งเมื่อเข้าไปรับพระราชทานรางวัล ต่อพระหัตถ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตรัสถามว่า ” นายพรนี้เป็นลูกใคร “ สมเด็จกรมพระยาดำรง ฯ กราบบังคมทูล ให้ทรงทราบนามบิดา พระยาโบราณ ฯ ถือกรณีครั้งนั้นเป็นศุภนิมิตรมาตลอดอายุ ด้วยเป็นวันแรกที่สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงทรงรู้จัก

ขอพระราชทานนามสกุล

            พระยาโบราณฯ และพี่น้อง ได้ขอพระราชทานนามสกุล จากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามสกุล ว่า “เดชะคุปต์”

ขอนามสกุล

ชีวิตครอบครัว

ครอบครัว

ใน พ.ศ. ๒๔๔๐ เมื่อพระยาโบราณราชธานินทร์ยังเป็นที่หลวงอนุรักษ์ภูเบศรได้สมรสกับ      นางสาวจำเริญ (สกุลเดิม อินทุสุต) ธิดาหลวงเทเพนทร์ (ถนอม อินทุสุต) กับนางนวม ในกรุงเทพฯ  มีบุตรธิดาด้วยกัน ๕ คนคือ

๑.     นายพืชน์ เดชะคุปต์

ผู้ช่วยข้าหลวงตรวจการกรมหมาดไทย กระทรวงมหาดไทย  ถึงแก่กรรม

๒.     นางเทพอักษร (พันธ์ อินทุสุต)                                      ถึงแก่กรรม

๓.     นางพูน อารยะกุล                                                          ถึงแก่กรรม

๔.     นางสาวเพ็ญ  เดชะคุปต์                                                 ถึงแก่กรรม

๕.     นางสาวพัฒน์ เดชะคุปต์                                                 ถึงแก่กรรม

นอกจากนี้พระยาโบราณฯ ยังมีบุตรธิดาต่างมารดาอีก ๑๑ คน คือ

๑.     นายจั่นเพชร เดชะคุปต์ (มารดาชื่อนางกิ่ง)                       ถึงแก่กรรม

๒.     นางเพิ่มศรี  สุขสวัสดิ์ ณ อยุธยา (มารดาชื่อนางประยูร)   ถึงแก่กรรม

๓.     นายพฤทธิ์  เดชะคุปต์(มารดาชื่อนางประยูร) สมุห์บัญชี อ. เมืองลำปาง          ถึงแก่กรรม

๔.     นางสาวน้อม เดชะคุปต์ (มารดาชื่อนางถนอม)                  ถึงแก่กรรม

๕.     นายนันท์ เดชะคุปต์ (มารดาชื่อนายถนอม)                        ถึงแก่กรรม

๖.     นางอนงค์ เหมะกรม (มารดาชื่อนางถนอม)                         ถึงแก่กรรม

๗.     นายมานพ เดชะคุปต์ (มารดาชื่อนางเจิม)                           ถึงแก่กรรม

๘.     พันตำรวจโทวิรัตน์ เดชะคุปต์ (มารดาชื่อนางเจิม)               ถึงแก่กรรม

๙.     นางสมบูรณ์ ทรรพมัทย์ (มารดาชื่อนางสุวรรณ)                   ถึงแก่กรรม

๑๐.นายดำรง เดชะคุปต์ (มารดาชื่อนางสุวรรณ) ปลัดจังหวัดระนอง   ถึงแก่กรรม

๑๑.รองศาสตราจารย์วรรณศิริ เดชะคุปต์ (มารดาชื่อนางสุวรรณ)

ข้าราชการบำนาญ ทบวงมหาวิทยาลัย

สายสกุลผังตระกูล

พระยาโบราณฯ ดำรงชีวิตอย่างเรียบง่าย อยู่กับครอบครัวเป็นส่วนใหญ่ มีความสมถะ รักสันโดษ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง มีความกตัญญูเทิดทูนพระมหากษัตริย์ ในราชวงศ์อยุธยา และราชวงศ์จักรีทุกพระองค์ ถวายความจงรักภักดีในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระมงกุฎ-เกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ (เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยในรัชกาลที่ ๕ และ ๖) ในขณะรับราชการ ณ มณฑลกรุงเก่า ในตำแหน่งข้าหลวงมหาดไทย ได้ทำงานด้วยความเพียร ความสามารถโดยไม่เห็นเหน็ดเหนื่อยออกสำรวจพื้นที่อยู่เสมอ ในขณะที่ได้ดำรงตำแหน่งเป็นข้าหลวงเทศาภิบาล มณฑลกรุงเก่า พระยาโบราณฯ ได้ดำเนินงานตามรากฐานที่ข้าหลวงเทศาภิบาลคนแรกของมณฑลกรุงเก่า คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นมรุพงศ์ศิริพัฒน์ (ดำรงตำแหน่งระหว่าง พ.ศ. ๒๔๓๘-๒๔๔๖ จึงได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งข้าหลวงเทศาภิบาลมณฑลปราจีนบุรี) ทีได้ทรงวางไว้

บ้านพรพินิต

พระยาโบราณฯเป็นข้าหลวงเทศาภิบาลมณฑลกรุงเก่าเป็นระยะเวลานานมากระหว่าง พ.ศ. ๒๔๔๖-๒๔๗๒ ได้พยายามบากบั่นรับราชการสนองพระเดช พระคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้ง   ๓ รัชกาล โดยไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย พยายามฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดขึ้น เป็นผู้ที่มีความคิดริเริ่ม พยายามปรับปรุงสร้างบ้านเมืองเพื่อประโยชน์และความสุขของชาวเมืองกรุงเก่าในขณะนั้น

เจ้าคุณกับข้าราชการกรุงเก่า

 

ป้ายกำกับ:

พระยาโบราณราชธานินทร์ (พร เดชะคุปต์)

061712134046245105076454

พระยาโบราณราชธานินทร์ (พร เดชะคุปต์)

มหาอำมาตย์โท พระยาโบราณราชธานินทร์ สยามินทรภักดีพิริยพาหะ (พร เดชะคุปต์)      ป ช. ป ม. ท จ ว. ร ว. ร ด ม. (ศิลป) รัตน ( จ ป ร ๓ ว ป ร ๒ ป ป ร ๓) ร ร (ทอง) ฯ   องคมนตรี มหาเสวกโท (กิติมศักดิ์)

(๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๑๔ – ๓๐ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๙)

 

ป้ายกำกับ:

เเนะนำตัว

นายปองพล  วิชาดี  

ชอบศึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ เเละโบราณคดี สมัยอยุธยา 

รักในการเรียนรู้  ชอบอ่านหนังสือ เเละสนใจในการท่องเที่ยว

39842_104070202983759_6705309_n

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน ธันวาคม 3, 2012 in ผู้จัดทำ

 

ป้ายกำกับ:

รูปภาพ

39842_104070202983759_6705309_n.jpg

 
2 ความเห็น

Posted by บน พฤศจิกายน 26, 2012 in Uncategorized

 

Hello world!

Welcome to WordPress.com! This is your very first post. Click the Edit link to modify or delete it, or start a new post. If you like, use this post to tell readers why you started this blog and what you plan to do with it.

Happy blogging!

 
1 ความเห็น

Posted by บน พฤศจิกายน 26, 2012 in Uncategorized

 
 
nistakuru 083 (AEC)

เรื่องน่ารู้น่าสนใจเกี่ยวกับสมาคมประชาชาติแห่ีงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยมุ่งเน้นความเข้าในเรื่อง วัฒนธรรมและสังคมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านมุมมองคนรุ่นใหม่

YUTTASIN090

เวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์สากล และเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับเวลา และอารธรรมสำคัญ

PITCHA MINT # 119

Welcome to Rome "Italy"

nankvsmile

บุคคลสำคัญของประเทศไทยที่ได้รับรางวัลยูเนสโก

mt068

ภูมิศาสตร์ทวีปอเมริกาใต้

--NaLiz--

Geographic Phenomenon

warongkorn092

ดินแดนอาทิตย์อุทัย..

yingpew103

This WordPress.com site is the cat’s pajamas

social084

พระยาโบราณราชธานินทร์ สยามินทรภักดี พิริยะพาหะ

The WordPress.com Blog

The latest news on WordPress.com and the WordPress community.